สมศ.เริ่มลังเลใช้โอเน็ตประเมินโรงเรียน

สมศ.เริ่มลังเลใช้โอเน็ตประเมินโรงเรียน เหตุข้อสอบโอเน็ตผิดพลาดซ้ำซาก


ศ.ดร.ชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา(สมศ.) กล่าวว่า จากกรณีข้อสอบโอเน็ตผิดพลาดซ้ำซาก ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในมาตรฐานข้อสอบ ดังนั้น สมศ.ในฐานะเป็นผู้ใช้ผลคะแนนโอเน็ตในการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา จึงเตรียมนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมบอร์ดสมศ.วันที่ 26 ก.พ.นี้ เพื่อพิจารณาว่าควรมีการปรับแก้องค์ประกอบตัวชี้วัดที่นำคะแนนโอเน็ตมาใช้ใน การประเมินหรือไม่

ศ.ดร.ชาญณรงค์ กล่าวต่อไปว่า ปัจจุบัน สมศ.ใช้คะแนนโอเน็ตเป็นสัดส่วน 20 คะแนน อยู่ในตัวบ่งชี้ที่ 5 เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียน ซึ่งแม้ว่าสัดส่วนคะแนนจะไม่มาก แต่มาตรฐานการประเมินของ สมศ.นั้น สถานศึกษาจะต้องผ่านเกณฑ์ในทุกตัวชี้วัด แต่เมื่อคะแนนโอเน็ตไม่ได้มาตรฐานแบบนี้ คงจะต้องมาคุยกันว่า เราจะยังดันทุรังใช้ต่อไปหรือไม่ และถ้าไม่ใช้แล้วจะใช้เกณฑ์อะไรมาวัด อย่างไรก็ตามเบื้องต้นตนยังเห็นว่าการใช้ผลคะแนนการทดสอบระดับชาติเป็นแนว ทางที่ดี แต่ถ้าหากการจัดสอบไม่ดีก็อาจต้องพิจารณากันใหม่ เพราะหากผลที่ได้ไม่มีมาตรฐานก็ต้องมีการทบทวน

ด้านนายเอกพงษ์ เลาหะเทียนสินธุ์ รองผอ.สมศ. กล่าวว่า ในวันที่ 5 มี.ค. สมศ.ได้กำหนดจัดการประชุมหัวข้อ “โอเน็ตกับการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ.” โดยจะเชิญตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน(สพฐ.) เขตพื้นที่การศึกษา ตัวแทนครู นักเรียน และผู้ปกครอง รวมถึงนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เข้าร่วมการประชุมเพื่อระดมความคิดเห็นเกี่ยวกับการนำผลคะแนนโอเน็ตมาใช้ใน การประเมินว่าควรมีสัดส่วนเท่าใด ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมา สมศ.ได้รับเสียงสะท้อนมาตลอดจากทั้งทีดีอาร์ไอและสถานศึกษาในฐานะผู้ถูก ประเมินว่าควรมีการปรับปรุงเกณฑ์คะแนนหรือสัดส่วนการใช้คะแนนโอเน็ตในการ ประเมิน ดังนั้น สมศ.จะนำสรุปผลจากการประชุมครั้งนี้ไปปรับใช้สำหรับการประเมินคุณภาพภาย นอกรอบ4 (พ.ศ.2559-2563) ต่อไป.

 

ที่มา เดลินิวส์ วันอาทิตย์ที่ 17 กุมภาพันธ์ 2556

ลดสัดส่วน O-NET ประเมิน รร.สมศ.ชี้ผิดพลาดบ่อยลดมาตรฐานเชื่อมั่น

นายชาญณรงค์ พรรุ่งโรจน์ ผอ.สำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (สมศ.) เปิดเผยถึงกรณีการบริหารการทดสอบแบบทดสอบทางการศึกษาระดับชาติขั้นพื้นฐาน (ONET) โดยสถาบันทดสอบทางการศึกษาแห่งชาติ (สทศ.) เกิดความผิดพลาดบ่อยครั้ง ซึ่งอาจทำให้เกิดความไม่มั่นใจในมาตรฐานข้อสอบ



ดังนั้น สมศ. ในฐานะเป็นผู้ใช้ผลคะแนน O-NET ในการประเมินคุณภาพภายนอกสถานศึกษา จึงเตรียมนำประเด็นดังกล่าวเข้าหารือในที่ประชุมคณะกรรมการบริหาร สมศ. วันที่ 26 ก.พ. 56 นี้ เพื่อพิจารณาร่วมกันว่าควรมีการปรับแก้องค์ประกอบตัวชี้วัดที่นำคะแนน O-NET มาใช้ในการประเมินหรือไม่
"ปัจจุบัน สมศ. ใช้คะแนน O-NET เป็นสัดส่วน 20% อยู่ในตัวบ่งชี้ที่ 5 เรื่องผลสัมฤทธิ์ทางการเรียนของผู้เรียนแม้ว่าสัดส่วนคะแนนจะไม่มาก แต่มาตรฐานการประเมินของ สมศ. นั้น สถานศึกษาจะต้องผ่านเกณฑ์ในทุกตัวชี้วัดแต่เมื่อคะแนน O-NET ไม่ได้มาตรฐานแบบนี้ คงจะต้องมาคุยกันว่า เราจะยังดันทุรังใช้หรือไม่ แต่ถ้าไม่ใช้แล้วจะใช้เกณฑ์อะไร อย่างไรก็ตาม เบื้องต้นยังเห็นว่าการใช้ผลคะแนนการทดสอบระดับชาติเป็นแนวทางที่ดี แต่ถ้าหากการจัดสอบมันไม่ดีก็อาจต้องพิจารณาใหม่ และหากผลที่ได้นั้นไม่มีมาตรฐานก็ต้องมีการทบทวน" นายชาญณรงค์กล่าว

นายเอกพงษ์ เลาหะเทียนสินธุ์รอง ผอ.สมศ. กล่าวว่า ในวันที่ 5 มี.ค. 56 สมศ. ได้กำหนดจัดการประชุมหัวข้อ"O-NET กับการประเมินคุณภาพภายนอกของ สมศ." โดยเชิญตัวแทนสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) เขตพื้นที่การศึกษาตัวแทนครู นักเรียน และผู้ปกครองรวมถึงนักวิชาการผู้ทรงคุณวุฒิ และนักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) เข้าร่วมเพื่อแสดงความเห็นเกี่ยวกับการนำผลคะแนน O-NET มาใช้ในการประเมินว่าควรมีสัดส่วนเท่าไหร่ ทั้งนี้เพราะที่ผ่านมา สมศ. ได้รับเสียงสะท้อนจาก ทีดีอาร์ไอ และสถานศึกษาในฐานะผู้ถูกประเมินว่า ควรมีการปรับปรุงเกณฑ์คะแนน หรือสัดส่วนการใช้คะแนน O-NET ในการประเมินดังนั้น สมศ. จะได้สรุปผลจากการประชุมครั้งนี้ ไปปรับใช้สำหรับการประเมินคุณภาพภายนอกรอบ 4 (พ.ศ.2559-2563) ต่อไป

 

ที่มา: หนังสือพิมพ์สยามรัฐ

 ข่าวประกาศ ณ วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2556 โดย โรงเรียนสุเหร่าบ้านดอน

เรื่องอื่น ๆ ในหมวด ข่าวการศึกษา

กลุ่มสาระการเรียนรู้
แนะนำเว็บไซต์


Social Media